ข่าวสดใหม่ทุกชั่วโมงส่งตรงถึงมือคุณ

คืบหน้า ‘ตำรวจ’ ยิงเมียบนโรงพักโคม่า ก่อนยิงตัวเองดับ

0
786

คืบหน้า ‘ตำรวจ’ ยิงเมียบนโรงพักโคม่า ก่อนยิงตัวเองดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ร.ต.อ.ธนากรณ์ เพาะเจริญ รอง สวป.สภ.ทุ่งเบญจา ใช้อาวุธปืนพกสั้นประจำตัว ขนาด 9 มม. ก่อเหตุไล่ยิง น.ส.จินตนา เพาะเจริญ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นภรรยา หน้าห้องขังบนโรงพัก 6 นัดซ้อนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงศีรษะตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ได้เดินทางไปยัง สภ.ทุ่งเบญจา เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.เสถียร เหล่าเกิ้มหุง  ผกก.สภ.ทุ่งเบญจา พร้อมตำรวจชุดสืบสวน และกำลังตำรวจในสังกัด ตลอดจนพี่น้องของ ร.ต.อ.ธนากรณ์ ที่เดินทางมารอรับศพ ร่วมให้การต้อนรับ จากการรายงานแนวทางของการสืบสวนและสอบสวนคดี เบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุ เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. คืนวันที่ 21 มีนาคม 2564 ร.ต.อ.ธนากรณ์ เพาะเจริญ รอง สวป.สภ.ทุ่งเบญจา ผู้เสียชีวิต อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรประจำวัน ได้มีปากเสียงกับ น.ส.จินตนา เพาะเจริญ อายุ 52 ปี ภรรยา ที่บริเวณลานปูนด้านหลังโรงพัก

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

จนเมื่อเวลา 03.00 น. ทั้งสองคนเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้ ร.ต.อ.ธนากรณ์ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกออกมายิง น.ส.จินตนา ภรรยา จำนวน 4-5 นัด ก่อนที่ น.ส.จินตนา ผู้บาดเจ็บ พาร่างโชกเลือด ได้วิ่งหนีขึ้นมาบนโรงพักบริเวณหน้าห้องขังเพื่อมาขอความช่วยเหลือจาก ร.ต.อ.เอกณกร อะเวลา ที่ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรหน้าห้องขัง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โดยมี ร.ต.อ.ธนากรณ์วิ่งไล่ตามหลังมา และใช้อาวุธปืนยิงใส่อีก 2 นัด จากนั้นได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงศีรษะตัวเองจนล้มลง

ขณะที่ ร.ต.อ.เอกณกร ได้รีบพา น.ส.จินตนา ผู้บาดเจ็บ ที่ยังพอมีสติวิ่งหนีออกมาหน้าห้องรับแจ้งความ จน น.ส.จินตนา ผู้บาดเจ็บล้มลงฟุบหมดสติ เนื่องจากถูกยิงตามร่างกายหลายแห่ง และเสียเลือดมาก จากนั้นจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ มารับตัวทั้งสองคนนำส่งโรงพยาบาล แต่ ร.ต.อ.ธนากรณ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตลงระหว่างทาง

ส่วนทางล่าสุด น.ส.จินตนา ภรรยารอง สว.ปราบปราม ได้ถูกนำตัวส่งเข้ามารักษาต่อยังโรงพยาบาลพระปกเกล้าฯ ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดเอากระสุนออกมาได้ทั้งหมดแล้ว แต่อาการยังโคม่า ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขณะที่ พ.จ.อ.วารินทร์ เพาะเจริญ น้องชาย และนางสาวธิตารี รวีโชคหอมสิน น้องสาว ร.ต.อ.ธนากรณ์ เปิดเผยว่า โดยนิสัยส่วนตัวของพี่ชาย ซึ่งเป็นบุตรคนโตในครอบครัว ร่วมกับน้องอีก 3 คน เป็นตำรวจน้ำดี และเป็นคนดี ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ สุขุม ใจเย็น ตั้งใจทำงาน ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานส่งน้องเรียนจบจนมีงานทำที่ดีทุกคน และจากการที่พี่ชายตัดสินใจก่อเหตุ และจากไปอย่างกะทันหันในครั้งนี้ ทางครอบครัวเสียใจและยังทำใจไม่ได้ ส่วนเรื่องปัญหาที่ตัดสินใจคิดสั้นก่อเหตุในครั้งนี้มาจากเรื่องปัญหาขัดแย้งในครอบครัว ส่วนตื้นลึกหนาบางนั้นไม่มีใครทราบ ซึ่งทุกคนในครอบครัวได้ให้กำลังใจมาตลอด คิดว่าคงถึงขีดสุดแล้วจึงตัดสินใจก่อเหตุ ก่อนที่จะเสียชีวิตเพิ่งจะโทรศัพท์พุดคุยกับแม่ว่า แม่จะเดินทางมาหาที่จันทบุรีครั้งแรก พี่ชายบอกว่ายังไม่ต้องมา แต่เมื่อช่วงค่ำก่อนเกิดเหตุเหมือนจะเป็นลางสังหรณ์ เมื่อพี่ชาย ติดต่อกลับไปบอกว่าให้แม่มารับคืนนี้เลย จนมาทราบข่าวร้ายเช้านี้

ขณะที่ พ.ต.ท.พูลทรัพย์ ทหราวานิช รอง ผกก.สอบสวน สภ.ทุ่งเบญจา กล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักและทำงานร่วมกับ ร.ต.อ.ธนากรณ์ มานาน นิสัยส่วนตัวเป็นตำรวจน้ำดี ขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงาน เป็นที่รักและเคารพของพี่น้องเพื่อนตำรวจ ตลอดจนผู้บังคับบัญชา จนได้รับมอบหมายเป็นครูฝึกชำนาญการด้านยุทธวิธี จับกุมปราบปราม อาชญากรรม รู้สึกเสียใจและใจหายกับเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนชนวนสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาภายในครอบครัว ค่อนข้างจะรุนแรง เนื่องจากนิสัยปกติ ร.ต.อ.ธนากรณ์ จะเป็นคนใจเย็น เงียบ ไม่ค่อยพูด ซึ่งไม่น่าจะถึงขั้นก่อเหตุรุนแรงได้

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ทั้งนี้ ในวันนี้ เวลา 16.00 น. จะมีการนำร่างของ ร.ต.อ.ธนากรณ์ เพาะเจริญ รอง สวป.สภ.ทุ่งเบญจา มายัง ศาลาวัดศรีเมือง ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ หลังจากนั้นญาติพี่น้องจะรับศพกลับไปประกอบพิธี บำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาที่วัดปิยะมงคล (วัดไค้นุ่นเหนือ) ต.ไค้นุ่น อ.ห้วยผึ้ง
จ.กาฬสินธุ์ บ้านเกิด


ดูข่าวต้นฉบับ

Leave A Reply

Your email address will not be published.