ข่าวสดใหม่ทุกชั่วโมงส่งตรงถึงมือคุณ

ตร.ร้อยเอ็ด จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยว จี้ร้านสะดวกซื้อ กลางเมือง

0
จี้มินิมาร์ท1

ตร.ร้อยเอ็ด จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยว จี้ร้านสะดวกซื้อ กลางเมือง

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน

เพิ่มเพื่อน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มี.ค. 64 ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองร้อยเอ็ด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รองผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.เนติวัฒน์ จันทรา ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด พ.ต.ท.สุดจิต ศรีศิริ รองผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ไพรรัตน์ บุปผา รองผกก.สส. พร้อมจนท.ชุดสืบสวน

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านมินิมาร์ท บริเวณสามแยกวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด ถ.กองพลสิบ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ได้เงินสด 4 พันบาทแล้วหลบหนีไป โดยใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น สกุปปี้ไอ สีดำแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64

จี้ร้านสะดวกซื้อ

จี้ร้านสะดวกซื้อ
โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ตร.ร้อยเอ็ด จับแล้ว คนร้ายบุกเดี่ยว จี้ร้านสะดวกซื้อ

ต่อมาวันที่ 22 มี.ค. 64 ชุดสืบสวน ได้ติดตามสืบสวนจนขอออกหมายจับกุม ผู้ก่อเหตุได้ คือนายกรกฎ มั่งศรี อายุ 30 ปี ชาว ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่าจะนำเงินไปจ่ายหนี้นอกระบบซึ่งยืมมากว่า 2 เดือนแล้ว แถมดอกก็เพิ่มมากขึ้นจึงตัดสินปัญหาโดยการจี้ชิงทรัพย์ดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวไปนำชิ้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกที่ห้างสรรพสินค้าชั้น 3 ที่ไปติดต่อซื้อปืนของเล่น จุดที่ 2 ที่ร้านจำนำโทรศัพท์ และจุดที่ 3 ที่ร้านมินิมาร์ท สาขา 3 วิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด

ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ” ต่อไป

พ.ต.อ.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย รองผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด เผยเบื้องหลังการจับกุมว่า หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ

จึงทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ไปขอสอบถามราคาปืนที่ใช้ในการก่อเหตุจาก พนักงานประจำร้านขอยของเด็กเล่นภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังจากทราบราคาแล้ว ได้นำโทรศัพท์มือถือไปจำนำที่ร้าน FAST MONEY ก่อนนำปืนที่ได้ไปใช้ก่อเหตุ

โดยขณะที่เข้าไปในร้านจำหน่ายปีนเด็กเล่นและร้าน FAST MONEY นั้น ผู้ต้องหาไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย จึงทำให้พนักงานขายปืน และพนักงานร้าน FAST MONEY จำใบหน้าของผู้ต้องหาได้

ประกอบกับผู้ต้องหาต้องนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมอบให้ทางร้าน และทำสัญญาฝากและลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงทำให้ทราบชื่อตัวชื่อสกุล ที่อยู่ เลขประจำตัว จนนำมาสู่การติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พ.ต.อ.ศิรสัณห์ กล่าวอีกว่า ฝากถึงผู้ที่คิดอยากจะก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นการชิงทรัพย์ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ร้านพี่น้องประชาชนทั่วไป คนคิดจะก่อเหตุขอให้เลิกคิด ยังไงท่านก็หนีไม่พ้น ไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจ

ไม่ว่าท่านจะใช้หน้ากาก ถุงมือ หรือเปลี่ยนทะเบียนรถ ไม่ติดแผ่นป้าย ตำรวจไทยยุคใหม่มีการสืบสวนทางเทคนิคชั้นสูง ก็ฝากไปยังคนคิดจะก่อเหตุให้เลิก ให้ประกอบสัมมาชีพสุจริตดูแลตัวเองและอยู่ในสังคมโดยให้เลิกแนวคิดนี้เสีย


ดูข่าวต้นฉบับ

Leave A Reply

Your email address will not be published.