ข่าวสดใหม่ทุกชั่วโมงส่งตรงถึงมือคุณ

“ไชยันต์” แหก “ณัฐพล” ชี้ “ฟ้าเดียวกัน” หมกเม็ดไม่แก้ แต่ตัดทิ้งครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งยังป้ายสี “กรมพระยาชัยนาทฯ”

0

ขอมาจัดให้ ไล่กันไปทีละจุด “ไชยันต์ ไชยพร” แหกวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก “ณัฐพล ใจจริง” ผู้แต่งหนังสืออื้อฉาว พบใส่ร้ายกรมพระยาชัยนาทนเรนทรหลายจุด แถมหยิบหนังสือ “สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ” กรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ชงเองตบเอง ขณะที่ “ฟ้าเดียวกัน” พิมพ์หนังสือ “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี” เลือกตัดข้อความอื้อฉาวออกครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งใส่ร้ายป้ายสีกรมพระยาชัยนาทฯ เหมือนเดิม

วันนี้ (20 มี.ค.) เฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ของ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร แห่งภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง “การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)” ของนายณัฐพล ใจจริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผู้แต่งหนังสือ “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ” และ “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ที่กำลังอื่อฉาวอยู่ในขณะนี้ ระบุว่า

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

“เมื่อขอมา ก็จัดให้ ไล่กันไปทีละจุด

ในวิทยานิพนธ์เรื่อง “การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)” ของณัฐพล ใจจริง ที่สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2552 และเป็นวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการประเมินผลในระดับดีมาก

ในหน้า 63 ของวิทยานิพนธ์ ณัฐพลเขียนว่า

“แต่การรัฐประหารครั้งนี้ (พ.ศ. 2490/ผู้เขียน) ไม่อาจสำเร็จได้ หากปราศจากสถาบันกษัตริย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของกรมขุนชัยนาทเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯและทรงมีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน”

ณัฐพลรู้ได้อย่างไรว่า กรมขุนชัยนานเรนทรทรงมีบทบาทในการรับรองรัฐประหารอย่างแข็งขัน ?

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ณัฐพลอ้างว่า เขาได้ข้อมูลจากหน้า 210 ในหนังสือของ Edwin Stanton ชื่อ Brief Authority: Excursion of a Common Man in an Common World ที่ตีพิมพ์ปี พ.ศ. 2500

ทีนี้ เมื่อไปดูตัวเอกสารอ้างอิงของ Stanton หน้า 210 ที่ณัฐพลใช้อ้างในการเขียนให้คนอ่านเข้าใจว่า “กรมพระยาชัยนาทเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯและทรงมีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน”

พบว่าในหนังสือ Brief Authority: Excursion of a Common Man in an Common World ของ Stanton หน้า 210 มีข้อความดังนี้

“Later the Prince told me it seemed to be the best interest of the country to acquiesce in what had been done in order to avoid bloodshed. ‘As you know,’ he told me, ‘bloodshed is abhorrent to us as Buddhists.’ ”

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

ข้อความดังกล่าวแปลเป็นไทยได้ว่า

“ภายหลัง the Prince (กรมขุนชัยนาทฯ) กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า มันดูจะเป็นผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับประเทศที่จะยอมรับในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด ‘อย่างที่รู้’ พระองค์กล่าวแก่ข้าพเจ้า ‘การนองเลือดเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับเราในฐานะชาวพุทธ”

จากข้อความของ Stanton คำถามคือ มีข้อความหรือคำอะไรที่สื่อได้ว่า กรมขุนชัยนาทฯ ทรงมีบทบาทในการรับรองรัฐประหารอย่างแข็งขัน?

เพราะจากข้อความของ Stanton กล่าวได้แต่เพียงว่า พระองค์ทรงยอมรับรัฐประหารที่ได้เกิดขึ้นไปแล้วได้ด้วยเหตุผลที่ว่า การรัฐประหารที่เกิดขึ้นไม่มีการเสียเลือดเนื้อ

และในหน้าเดียวกันนั้นคือหน้า 63 ของวิทยานิพนธ์ ณัฐพลยังเขียนต่อไปอีกว่า

“ขณะนั้นกรมพระยาชัยนาทเรนทรงเป็นเพียงหนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2489 แต่ทรงลงนามพระนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2490 ที่เกิดจากการรัฐประหารแต่เพียงผู้เดียวอย่างรวดเร็ว”

และข้อมูลที่ณัฐพลใช้ในการเขียนให้คนอ่านเข้าใจว่า “กรมพระยาชัยนาทเรนทรงเป็นเพียงหนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2489 แต่ทรงลงนามพระนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2490 ที่เกิดจากการรัฐประหารแต่เพียงผู้เดียวอย่างรวดเร็ว” คือ หน้า 100 ของหนังสือของ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของณัฐพลเอง

หนังสือของ สุธาชัย เล่มนี้ชื่อ แผนชิงชาติไทย: ว่าด้วยรัฐและการต่อต้านรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2491-2500) ตีพิมพ์ปี พ.ศ. 2550 และถ้าเปิดไปที่หน้า 100 ของหนังสือ แผนชิงชาติไทย: ว่าด้วยรัฐและการต่อต้านรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2491-2500) จะพบข้อความดังนี้

“อนึ่ง ม.จ. จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ บุตรเขยของ น.อ.กาจ เก่งระดมยิง ก็มีส่วนทำให้ความสำเร็จในการัฐประหารสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ด้วยการเป็นตัวกลางนำ น.อ. กาจและ พล ท. ถนอม กิตติขจร ไปพบกับ กรมขุนชัยนาทเรนทร ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่วังถนนวิทยุในเวลา ๑.๐๐ น. ของวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๐ เพื่อขอให้ลงนามรัฐธรรมนูญชั่วคราว จากนั้นต่อมา ม.จ. จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ ก็ได้รับแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ให้เป็นตัวแทนเดินทางไปกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ด้วย”

จากข้อความข้างต้น มีอะไรที่สื่อได้ว่า กรมพระยาชัยนาทเรนทรงลงนามพระนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว?

ต่อมา ณัฐพล ใจจริง และ ธนาพล อิ๋วสกุล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน อ้างว่าได้มีการทำการแก้ไขปรับปรุงวิทยานิพนธ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และนำวิทยานิพนธ์ที่แก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์นี้มาตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี”

ในหน้า 60 ของหนังสือ “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี” ณัฐพลและฟ้าเดียวกันได้ตัดข้อความที่กล่าวว่า “กรมพระยาชัยนาทเรนทรงเป็นเพียงหนึ่งในคณะผู้สำเร็จราชการตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2489 แต่ทรงลงนามพระนามประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2490 ที่เกิดจากการรัฐประหารแต่เพียงผู้เดียวอย่างรวดเร็ว” ที่เคยปรากฎอยู่ในวิทยานิพนธ์ออกไป

แต่ยังคงข้อความว่า “รัฐประหารครั้งนี้ไม่อาจสำเร็จได้หากปราศจากบทบาทของกรมขุนชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯ ซึ่งมีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน”

และยังคงอ้างข้อมูลหน้า 210 ของหนังสือ Brief Authority: Excursion of a Common Man in an Common World ของ Stanton อยู่

ซึ่งอย่างที่ชี้ให้เห็นไปแล้วว่า ในหน้า 210 ของหนังสือดังกล่าว ไม่มีข้อความใดเลยที่จะสื่อว่า กรมขุนชัยนาทนเรนทร ผู้สำเร็จราชการฯ มีบทบาทในการรับรองการรัฐประหารอย่างแข็งขัน

ขอเขิญติดตาม จุด ต่อไป … เรื่อยๆ …”

อ่านโพสต์ต้นฉบับ คลิกที่นี่

อ่านประกอบ : เผยคำฟ้อง “หลานกรมพระยาชัยนาทฯ” ชี้ วิทยานิพนธ์ “ณัฐพล ใจจริง” ปั้นแต่งคำเท็จ-ให้ร้ายสถาบัน บิดเบือนประวัติศาสตร์

“หลานกรมพระยาชัยนาทฯ” สุดทน ฟ้อง “ณัฐพล ใจจริง-ฟ้าเดียวกัน” 50 ล้าน ชี้เจตนาให้ร้ายสถาบันกษัตริย์

“เบิกเนตร แก๊งตาสว่าง” ฉบับ “ไชยันต์ ไชยพร” : “ผมคิดว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่อยากให้อนาคตเน่า ๆ ของการเมืองและวิชาการ ที่ผ่านมาตลอดหลายสิบปีมันเน่าต่อไป”

บางกอกโพสต์ชี้แจง ปี 2493 ไม่เคยลงข่าวผู้สำเร็จราชการฯ เข้าร่วมประชุม ครม. ตามที่ “ดร.ณัฐพล-ฟ้าเดียวกัน” อ้างในวิทยานิพนธ์-หนังสือ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO


ดูข่าวต้นฉบับ

Leave A Reply

Your email address will not be published.