16-ประกาศขายปืนใหญ่โบราณ

กองปราบ-กรมศิลป์ บุกค้นร้านประกาศขาย ปืนใหญ่โบราณ ว่อนโซเชียล

กองปราบ-กรมศิลป์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าโบราณวัตถุ หลังประกาศขาย ปืนใหญ่โบราณ ว่อนโซเชียล กระบอกละ 5 หมื่น-2 แสนบาท เผยผลตรวจสอบ

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

วันที่ 16 ก.ย.2564 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ, พ.ต.ต.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ สว.กก1.บก.ป. และเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร เข้าตรวจร้านค้าโบราณวัตถุ 2 แห่งในกรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี อีก 1 แห่ง หลังจากแฟนเพจเฟซบุ๊ก “กองปราบปราม” แจ้งเบาะแสขอให้ตรวจสอบการค้าโบราณวัตถุ หลังพบมีการประกาศขาย ปืนใหญ่โบราณ อย่างโจ่งแจ้ง ข้อความชวนเชื่อให้ผู้คนทั่วไปเกิดความสนใจ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจนทราบว่า ร้านค้าดังกล่าวประกาศขายโบราณวัตถุจริง จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลเข้าหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 แห่ง พบ นายยืนยง (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน พร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบปืนใหญ่โบราณดังกล่าวทั้งหมด 7 กระบอก

กองปราบ-กรมศิลป์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าโบราณวัตถุ หลังประกาศขาย ปืนใหญ่โบราณ ว่อนโซเชียล
โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

กองปราบ-กรมศิลป์ นำกำลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจร้านค้าโบราณวัตถุ หลังประกาศขาย ปืนใหญ่โบราณ ว่อนโซเชียล

นายยืนยง กล่าวว่า ตนเปิดร้านขายวัตถุโบราณ ย่ายถนนบรมราชชนนี แขวง-เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ มานานกว่า 8 ปีแล้ว ส่วนโบราณวัตถุลักษณะคล้ายปืนใหญ่ทั้งหมดนั้นถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ส่วนราคาขายจะกำหนดตามขนาด กระบอกเล็กจะขายราคาประมาณ 5 หมื่น-1 แสนบาท ส่วนกระบอกใหญ่จะขาย 1-2 แสนบาท

โฆษณา – อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายยืนยง กล่าวต่อว่า ปืนใหญ่ดังกล่าว ตนติดต่อซื้อมาจากคนที่รู้จัก ส่วนกรณีการประกาศขายอยู่ในโซเชียลมีเดียนั้น น่าจะเกิดจากมีผู้เข้ามาติดต่อว่าจะช่วยโปรโมทขายสินค้าทางออนไลน์ให้ โดยขอให้ตนตั้งราคาไว้ระดับหนึ่ง แต่เขาจะนำไปขายราคาเท่าไรก็ได้ตามแต่จะกำหนด ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านำไปบอกขายในราคาเท่าไร แต่ก็มีลูกค้าสนใจสั่งซื้อผ่านบุคคลดังกล่าวจริง แต่ก็พบว่ามีการให้รายละเอียดกับลูกค้าเกินความเป็นจริง จนทำให้เกิดความน่าสงสัยและถูกเข้าตรวจค้นในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กรมศิลปฯตรวจสอบพบว่า ปืนใหญ่ทั้งหมด เป็นวัตถุที่ทำเทียม เลียนแบบขึ้นมา แต่ก็จะนำกลับไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันอีกครั้ง หากพบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ ยังตรวจพบว่าร้านค้าดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตทำการค้าตามกฎหมาย ซึ่งมีความผิดตามพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ตามมาตรา 19 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับอีกด้วย


ดูข่าวต้นฉบับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *